:: 普拉崇迪 Pra Somdej Wat Rakhang- King of Thai Buddha Amulets     โดย พร  บางระจัน  

FAMOUS AMULET

TRAVEL TOOLS

 

id7500003000070

 

 


 

King of all Thai Amulets  Phra Somdej Bang Khun Phrom "PIM SAN DAI" King of all Thai Amulets  Phra Somdej Bang Khun Phrom "PIM SAN DAI"

 

King of all Thai Amulets  Phra Somdej Bang Khun Phrom "PIM SAN DAI"

by Somdej Pra Puttajarn (Dto) Prohmrangsri.

Product :000221

Price :00.00

Detail: Phra Somdej Bang Khun Phrom by Somdej Pra Puttajarn (Dto) Prohmrangsri

Bang Khun Phrom 寺這是一座只存在於Krung Thonburi 時代的寺廟。原名“Wat Wararam”,但村民常稱它為“Wat Bang Khun Phrom”後來,有一條路穿過它,所以分成兩座寺廟,就是Wat Bang Khun Phrom Nai。和 Wat Bang Khun Phrom Nok後來被命名為衡量 Bang Khun Phrom Nok 的“Wat Intharawihan”後來改名為“Wat Mai Amatarot”是傳說中的帕克魯的著名寺廟。 “Phra Somdet Bang Khun Phrom”非常有名。原來,Bang Khun Phrom 寺有一個寺廟的守護神是一支重要的力量。 “Phra Chao In”與“Phra Chao In”密切相關“Somdej Phutthachan To” (Bhrom Rangsi) 是一位非常有名的和尚。仁王子犧牲了金錢購買土地給Wat Bang Khun Phrom,以擴大寺廟內的大量裝修以變得美麗。後來,當因陀羅勛爵去世時下一位贊助人是“Thanakoset”家族的祖先“秘書Tra Duang” Wat Bang Khun Phrom 從破敗的廢墟中恢復因陀羅勛爵死後但這位店員 Tra Duang 是對 Somdej Puttajarn To 最尊重和信任的人,也就是說, “Phra Luang Por To”目前供奉在Wat Intharawihan。 Somdej Puttajarn 至經常來紀念寺廟並定期在 Wat Bang Khun Phrom 傳教。這也讓他與 Wat Bang Khun Phrom 的 Duang 文員 Yom Uppatham 建立了密切的關係。眾所周知Chao Prakhun Somdej Puttajarn 到他是建造 Phra Somdej Wat Rakhang 的人。最好的泰國護身符他在被任命後於 1866 年建造的“Somdej Phutthajarn”,建築於 1870 年結束。他創造了佛像。 “Somdej Wat Bang Khun Phrom”,這是一位著名的和尚。永遠不會輸給Phra Somdet Wat Rakhang。受到崇迪佛藏的皇家問候創建和尚被包含在 Wat Bang Khun Phrom 的佛塔中為了宗教的繼承和未來當國家或人民陷入困境時將被用來消除痛苦Chao Prakhun Somdet Phutthajarn To 給予許可並建造它。必須帶上“Luang Wichan Jearanai”的模具,它是Phra Somdej Wat Rakhang的模具,用於施工。並使模具再次增大Luang Wichian Chiaranai 有 5 個版畫,分別是:1. Pim Pok Pho 2. 大版畫 3. Chedi 形狀。 4. Pimket Bua Tum 5.打印山姆基地其他 4 種新印花分別是:1. 紗線型,2. 桑提型,3. 雙底型。 4.打印金翅鳥的胸膛因此,帕崇迪 Wat Bang Khun Phrom 共有 9 幅版畫。 Chao Prakhun Somdet 將他著名的魔法粉末混合在一起。那種神奇的粉末是5種粉末與用於製作著名的帕崇迪Wat Rakhang的護身符混合而成,由1. Phong Ithaje 2. Phong Pathamung 3. Phong Trinisinghe 4. Phong Maharaj 5. Phong Puttakhun 混合完成後,它被壓到模具上。 Chao Prakhun Somdej Puttajarn 到當時去舉行開光儀式 Somdej Puttajarn To帶來了你之前建造的鐘樓佛塔內約有四名僧人,1882年,有人將僧人偷運出塔。因為帕崇迪的名聲它可用於治療痔瘡(霍亂),使用墜落或墜落的僧侶。就是帶一根長長的竹幹,在竹子的一端,塗上粘土,形成一個水泡。然後插入寶塔的氣道中,用粘土覆蓋地面製成竹籤的末端。為了讓佛陀起來1893年造了一些僧人,泰國和法國發生了戰爭。使人再次墜入佛門為了讓和尚保護自己此時獲得了相當數量的修士,1907年又出現了一次隕落。三度摔倒的和尚將佛像頂上,不撞到塔內的泥土或灰塵因此,佛像顯然是美麗的。有少量污漬。這通常被稱為公元前 2500 年的“舊帕庫”。於是偷偷潛入了寶塔,得到了很多護身符促使 Wat Bang Khun Phrom 的董事召開會議並準備同意打開 Wat Bang Khun Phrom 的 Phra Somdej為了向公眾出售帶錢修廟於是,地牢正式開啟,當時由Prapas Chuusathian將軍主持開啟地牢,獲得了大約2900個護身符,是完整的護身符。還有更多壞掉的大多數被破解的護身符都會在他們的臉上留下污漬。因為被寶塔里的泥土和水泥碎片壓碎二次美第一次落在護身符上的護身符,1957年正式開啟地牢的護身符被稱為“新護身符”,一共有9個印記,如前所述。最小的印刷品是 Pim Prok Pho,這意味著只發現了 17 個,但更特別的是遇到了 Wat Ketchaiyo 的僧侶和幾尊臥佛像(臥佛像) Wat Bang Khun Phrom的帕崇迪是否是舊護身符或新的護身符佛陀一點也不遜色於Phra Somdej Wat Rakhang。因為 Somdej Puttajarn 到 Promrangsee你參與了創造和開光,所以佛的功德也一樣威嚴。

 

พระสมเด็จกรุวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย 

รหัสสินค้า: 000221

ราคา: 000.00 บาท

 

รายละเอียด:

พระสมเด็จกรุวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย

วัดบางขุนพรหม เป็นวัดซึ่งมีแต่ครั้งกรุงธนบุรี เดิมมีชื่อเรียกว่า "วัดวรามตาราม" แต่ชาวบ้านมักจะเรียกกันว่า "วัดบางขุนพรหม" ต่อมามีถนนตัดผ่านจึงแบ่งแยกออกเป็นสองวัด คือ วัดบางขุนพรหมใน และวัดบางขุนพรหมนอก ซึ่งมีชื่อต่อมาก็คือ "วัดอินทรวิหาร" นั่นเอง ส่วนวัดบางขุนพรหมนอก ต่อมาก้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดใหม่อมตรส" ซึ่งเป็นวัดต้นตำนานพระกรุที่ลือชื่อก็คือ "พระสมเด็จบางขุนพรหม" ที่มีชื่อเสียงขจรขจายเป็นอย่างยิ่ง เดิมทีวัดบางขุนพรหม มีผู้อุปถัมภ์อุปการะวัดเป็นกำลังสำคัญก็คือ "พระองค์เจ้าอินทร์" และเป็นผู้ที่สนิทชิดเชื้อกับ "สมเด็จพุฒาจารย์โต" (พรหมรังสี) อริยสงฆ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างยิ่ง พระองค์เจ้าอินทร์ได้สละทรัพย์เพื่อซื้อที่ดินมอบให้แก่วัดบางขุนพรหมเพื่อขยายให้กว้างขวางเป็นจำนวนมากปฏิสังขรณ์สิ่งก่อสร้างภายในวัดให้สวยงาม ต่อมาเมื่อสิ้นพระองค์เจ้าอินทร์ ผู้มีอุปการะวัดคนต่อมาก็คือ "เสมียนตราด้วง" ต้นตระกูล "ธนโกเศศ" ท่านเป็นผู้ผฏิสังขรณ์ บูรณะวัดบางขุนพรหมหายจากการชำรุดทรุดโทรม หลังจากพระองค์เจ้าอินทร์ได้สิ้นพระชนม์ลง แต่เสมียนตราด้วงผู้นี้ก็เป็นผู้ที่เคารพและศรัทธาต่อสมเด็จพุฒาจารย์โตเป็นอย่างที่สุดถึงขนาดได้สร้างพระองค์ใหญ่ถวายแด่สมเด็จพูฒาจารย์โตก็คือ "พระหลวงพ่อโต" ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดอินทรวิหาร สมเด็จพุฒาจารย์โต มักจะมาจำวัดและเทศนาที่วัดบางขุนพรหมประจำ ทำให้มีความสนิทชิดเชื้อกับเสมียนตราด้วง โยมอุปถัมภ์ วัดบางขุนพรหมเป็นอย่างดี เป็นที่ทราบกันดีว่า เจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต ท่านได้เป็นผู้ที่สร้างพระสมเด็จวัดระฆัง สุดยอดของพระเครื่องของเมืองไทย ซึ่งท่านได้สร้างเมื่อปี 2409 ภายหลังจากท่านได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็น "สมเด็จพุฒาจารย์" และสิ้นสุดการสร้างเมื่อปี พ.ศ.2413 ท่านได้สร้างพระ "สมเด็จวัดบางขุนพรหม" ซึ่งเป็นพระที่มีชื่อเสียงขจรขจาย ไม่แพ้พระสมเด็จวัดระฆังเลยทีเดียว ในปี พ.ศ.2413 เสมียนตราด้วง ได้อาราธนาสมเด็จพุฒาจารย์โต ให้สร้างพระขึ้นมา เพื่อบรรจุไว้ในพระเจดีย์ที่วัดบางขุนพรหม เพื่อไว้สืบทอดศาสนาและไว้สำหรับภายภาคหน้า เมื่อยามบ้านเมืองหรือประชาชนทุกข์ร้อน ก็จะได้นำมาไว้ใช้เพื่อขจัดความทุกข์ร้อน เจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โตจึงอนุญาตและได้ทำการสร้าง โดยให้นำแม่พิมพ์ของ "หลวงวิจารณ์ เจียรนัย" ซึ่งเป็นแม่พิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังมาให้ในการสร้าง และทำให้แม่พิมพ์เพิ่มขึ้นมาใหม่อีก โดยพิมพ์ของหลวงวิจารณ์ เจียรนัย มีอยู่ทั้งหมด 5 พิมพ์ คือ 1.พิมพ์ปรกโพธิ์ 2.พิมพ์ใหญ่ 3.พิมพ์ทรงเจดีย์ 4.พิมพ์เกศบัวตูม 5.พิมพ์ฐานแซม ส่วนพิมพ์ที่ทำขึ้นมาใหม่อีก 4 พิมพ์คือ 1.พิมพ์เส้นด้าย 2.พิมพ์สังฏิ 3.พิมพ์ฐานคู่ 4.พิมพ์อกครุฑเศียรบาตร ทำให้พิมพ์พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมมีทั้งหมด 9 พิมพ์ด้วยกัน เสมียนตราด้วงได้นำวัสดุประกอบการสร้าง คือ ปูนขาว ผง ตลอดจนวัสดุในการผสมให้เป็นเนื้อพร้อมที่จะทำพระ ส่วนเจ้าประคุณสมเด็จได้มอบผงวิเศษอันมีชื่อเสียงของท่านมาผสม ผงวิเศษนั้นก็คือ ผง 5 ชนิดที่ใช้ผสมกับเนื้อพระที่ใช้ทำพระสมเด็จวัดระฆังอันลือชื่อ ประกอบด้วย 1.ผงอิธะเจ 2.ผงปถมัง 3.ผงตรีนิสิงเห 4.ผงมหาราช 5.ผงพุทธคุณ เมื่อนำมาผสมเสร็จก็นำไปกดที่แม่พิมพ์ เจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต ก็เข้าทำพิธีปลุกเสก ในครั้งนั้น สมเด็จพุฒาจารย์โต ได้นำพระวัดระฆังที่ท่านสร้างไว้ก่อน จำนวนหนึ่งประมาณ สี่บาตรพระ เข้าไปร่วมบรรจุไว้ในเจดีย์ด้วย ในปี พ.ศ.2425 ได้มีคนลอบนำพระออกมาจากเจดีย์ เพราะกิติศัพท์ของพระสมเด็จ ใช้รักษาโรคห่า (อหิวาตกโรค) ได้ โดยใช้วิธีตกหรือการตกพระ คือการนำลำไม้ไผ่ยาว ๆ ส่วนปลายข้างหนึ่งของไม้ไผ่นำดินเหนียวมาพอกให้เป็นตุ่ม แล้วสอดเข้าไปในช่องอากาศขององค์พระเจดีย์ให้ปลายไม้ไผ่มีดินเหนียวพอกกระทบกับพื้น เพื่อจะได้พระติดขึ้นมา ทำให้ได้พระไปจำนวนหนึ่ง ในปี พ.ศ.2436 เกิดสงครามไทยกับฝรั่งเศส ทำให้ประชาชนพากันไปตกพระอีก เพื่อจะได้พระมาไว้ป้องกันตัว คราวนี้ได้พระไปจำนวนมากพอสมควร และในปี พ.ศ.2450 ก็มีการตกพระอีก พระที่ทำการตกทั้งสามครั้งนั้น จะได้พระที่อยู่บน ๆ ไม่โดนดินหรือเศษฝุ่นในเจดีย์ทักถม จึงเป็นพระที่มีความสวยงามชัดเจน มีคราบกรุจับน้อย ซึ่งมักจะเรียกกันว่า "พระกรุเก่า" ในปี พ.ศ.2500 ได้มีคนร้ายกลุ่มหนึ่งคิดจะได้พระทางลัด จึงได้ลอบไปเจาะองค์พระเจดีย์เสียเลยและได้พระจำนวนมาก ทำให้กรรมการของวัดบางขุนพรหมได้ประชุมกัน แล้วพร้อมตกลงที่จะเปิดกรุพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม เพื่อที่จะนำออกจำหน่ายให้ประชาชน เพื่อนำเงินมาบูรณะวัด จึงมีการเปิดกรุเป็นทางการ โดยได้ พล.อ.ประภาส จุรุเสถียร เป็นประธานในการเปิดกรุในครั้งนั้นได้พระมาประมาณ 2,900 องค์ เป็นพระที่สมบูรณ์ และที่ชำรุดแตกหักอีกเป็นจำนวนมาก พระที่แตกกรุออกมาจะมีคราบกรุจับหน้าเสียส่วนใหญ่ เพราะโดนดินและเศษปูนในเจดีย์ทับถม ความสวยงามเป็นรอง พระที่ทำการตกพระครั้งแรก ๆ พระที่ทำการเปิดกรุเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.2500 จึงเรียกกันว่า "พระกรุใหม่" มีครบทั้งหมด 9 พิมพ์ ดังได้กล่าวไว้ข้างต้น พิมพ์ที่มีน้อยทีุ่สุด คือ พิมพ์ปรกโพธิ์ คือ พบแค่ 17 องค์เท่านั้น แต่ที่พิเศษกว่านั้นก็คือ ได้พบพระของวัดเกศชัยโย และพระปางไสยาสน์ (พระนอน) อีกจำนวนไม่มากนัก พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ไม่ว่าจะเป็นพระกรุเก่า หรือพระกรุใหม่ พุทธคุณไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าพระสมเด็จวัดระฆังเลย เพราะสมเด็จพุฒาจารย์โตพรหมรังษี ท่านได้ร่วมในการสร้างและปลุกเสก เพราะฉะนั้น พุทธคุณนั้นสุดยอดเหมือนกันเลยทีเดียว

@--------------------- ขอบคุณครับ ---------------------@

--------- เพื่อนๆท่านใดสนใจโทรติดต่อด่วนครับ ---------
--------------- พร บางระจัน 081-7842076 -----------------

 
PRASOMDEJ WAT RAKING AMULET|CHIANGMAI OFFICE
236/2 Moo. 5 Chiang Mai - Lumphun Rd T. Yangneung A. Sarapee Chiang Mai 50140
Tel 66-093-3361995 WhatsApp 66-66-93-3361995

https://www.prasomdejwatrakang.com  Email: 
palakname@hotmail.com
พระสมเด็จวัดระฆัง | โดย พร บางระจัน:
236/2 หมู่ 5 ,ถนน เชียงใหม่ ลำพูน ,ตำบลยางเนิ้ง,อำเภิสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 50140
Tel: 66-66-093-3361995  whatapp:0933361995
https://www.prasomdejwatrakang.com   e-mail:amuletcenter@hotmail.com
[prasomdejwatrakang.com/public_html/copyright.htm]